ประวัติความเป็นมา

วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร เป็นศูนย์กลางการศึกษา ของพระภิกษุสามเณร ทั้งด้านพระปริยัติธรรม แผนกธรรม, แผนกบาลี  และแผนกสามัญศึกษา เพื่อให้พระภิกษุสามเณร มีความรู้ความสามารถ มีโลกทัศน์ ที่กว้างไกล ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คือให้มีความรู้ทั้งทางธรรม และ ทางโลกควบคู่กันไป ในส่วนของสามัญศึกษานั้นได้ดำเนินการขออนุมัติจัดตั้ง และทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติให้จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามใบอนุญาตที่ ๖๑/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๗ ชื่อว่าโรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา โดยมี พระราชรัตนมุนี (สุจี กตสาโร ) รองเจ้าคณะภาค ๖ เป็นผู้จัดการคนแรก และพระครูปลัดปั๋น  สิกฺขาสโภ (พระราชปริยัตยาภรณ์) เจ้าคณะจังหวัดแพร่เป็นครูใหญ่คนแรก

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้ดำเนินการขออนุมัติ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา  ตอนปลาย หลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วปัญหาที่ติดตามมาก็คือไม่มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาไว้รองรับพระภิกษุสามเณรที่อยู่ในส่วนภูมิภาค แม้ว่าจะดิ้นรนขวนขวายเพื่อที่จะเข้าไปศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่กรุงเทพมหานครฯ คือที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ วัดมหาธาตุ  ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร ก็มีปัญหาและอุปสรรคหลายประการ เช่น    ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดในกรุงเทพมหานคร หาวัดอยู่ค่อนข้างลำบาก หากไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวก็เป็นการยากที่จะได้อยู่ วัดในกรุงเทพมหานคร หากสละสมณเพศออกไปเรียนในสถาบันการศึกษาข้างนอกก็ติดขัดในเรื่องของเงินทุน เมื่อเป็นเช่นนี้ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

พระเทพวิริยาภรณ์ (สุจี กตสาโร) รองเจ้าคณะภาค ๖ พระราชรัตนมุนี (รส คณฺธรโส) (วัดหนองม่วงไข่) เจ้าคณะจังหวัดแพร่ และพระโสภณปริยัติธรรม (ปั๋น สิกฺขาสโภ) รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ สมัยนั้น ได้ปรารภ  ถึงปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงได้ประชุมปรึกษากันเพื่อหาแนวทางในการจัดตั้งวิทยาเขตแพร่ขึ้นในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๙ โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายบรรพชิต และฝ่ายคฤหัสถ์ ฝ่ายบรรพชิตมีเจ้าคณะจังหวัดแพร่, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าคณะจังหวัดพะเยา,เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย, เจ้าคณะจังหวัดลำปาง, เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์, เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย รวมทั้งเจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกระดับชั้นในเขตภาค ๕ และภาค ๖ ส่วนคฤหัสถ์มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่คณะศึกษานิเทศก์ และนายอำเภอทุกอำเภอ ในจังหวัดแพร่ ต่างก็ให้ความสนับสนุนเห็นชอบในการจัดตั้งวิทยาเขตแพร่ ขึ้น ณ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ จึงได้เสนอเรื่อง เข้าสู่ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ วัดมหาธาตุท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานครฯ และสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ในคราวประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๑/๒๕๓๐ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๓๐ มีมติให้จัดตั้งวิทยาเขตแพร่ขึ้น โดยมีชื่อเต็มว่า “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตแพร่” และได้อนุมัติให้เปิดสอน “คณะครุศาสตร์” สาขาวิชาเอกการศึกษานอกโรงเรียน โดยมี พระเทพวิริยาภรณ์ (สุจี กตสาโร) เป็นรองอธิการบดีรูปแรก พระโสภณปริยัติธรรม เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร พระเมธีวราภรณ์ เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พระครูโกศลสมณคุณ เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวางแผน พระครูโสภณธวัชชัย เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต พระสุนทรธรรมาภรณ์  เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ พระครูโสภณคุณาภรณ์ เป็นคณบดีคณะครุศาสตร์ พระครูมุนินทร์ธรรมานุวัตร เป็นรองคณบดีคณะครุศาสตร์ และพระครูพิบูลธรรมภาณ เป็นเลขานุการคณบดี คณะครุศาสตร์

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีความพยายามในการผลักดันให้มีการดำเนินการตรากฎหมายหรือพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเป็นการเฉพาะ โดยใช้เวลา ในการดำเนินการเป็นเวลานานถึง ๕๐ ปี จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เสนอให้รัฐสภา ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ และประกาศใช้ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ก ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ กำหนดเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล เน้นการจัดการศึกษาวิชาการด้านพระพุทธศาสนาเป็นหลัก จึงทำให้การศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก และในอนาคต วิทยาเขตแพร่จะพัฒนาการศึกษาให้เจริญก้าวไกล เพื่อสนองความต้องการของพระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้ที่สนใจในส่วนภูมิภาคแถบนี้อย่างเต็มที่

วิทยาเขตแพร่ มีชื่อตามพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่”

พ.ศ. ๒๕๓๐ วิทยาเขตแพร่ ได้ดำเนินการเปิดรับสมัครให้พระภิกษุสามเณรเข้าศึกษาและปฐมนิเทศเปิดการศึกษารุ่นแรกเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๐ มีพระภิกษุสามเณรสมัครเข้าศึกษา รุ่นแรกในสาขาวิชาเอกการศึกษานอกโรงเรียนจำนวน ๕๐ รูป

พ.ศ. ๒๕๔๔ วิทยาเขตแพร่ ได้มีโครงการขยายห้องเรียนไปยังวัดบุญวาทย์วิหารจังหวัดลำปางตามประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๕ เปิดสอนสาขาวิชาศาสนา มีพระสุนทรมุนี (พระราชธรรมาลังการ) รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานห้องเรียน โดยเปิดสอน สาขาวิชาศาสนา สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาพระพุทธศาสนา สาขาการสอนพระพุทธศาสนา

พ.ศ. ๒๕๔๕  ได้มีการขยายพื้นที่จากวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารไปที่ บ้านหนองห้า ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ดำเนินการก่อสร้างวิทยาเขตแพร่แห่งใหม่ โดยการถวายที่ดินโดย พ่ออาจารย์รัตน์ พนมขวัญ จำนวน ๗ ไร่ ๓ งาน ๕๐ ตารางวา ราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน) และอาจารย์สุขุม กันกา ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรประกาศบัตรวิชาชีพครู ได้ประสานงานขอรับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ ๒๕๔๖ โดยมีนายแพทย์ชาญชัย ศิลปอวยชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน  หลังแรก

พ.ศ. ๒๕๔๖  เมื่อวันที่ ๑๔-๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ สร้างอาคารสำนักงานหลังแรก เป็นอาคารคอนกรีต ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สูง ๓ ชั้น ชื่ออาคาร “องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดแพร่อุปถัมภ์” จำนวน ๕,๙๔๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านเก้าแสนสี่หมื่นบาท) โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม        เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ ปัจจุบันอาคารหลังดังกล่าวใช้เป็นอาคารศูนย์บัณฑิตศึกษาวิทยเขตแพร่ จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท, ห้องสำนักงานมูลนิธิมหาจุฬาฯวิทยาเขตแพร่, ห้องฝ่ายกิจการนิสิต, ห้องประสานงานโครงการ   พระสอนศีลธรรมประจำวิทยาเขตแพร่, ห้องพัสดุครุภัณฑ์ ห้องทะเบียนและวัดผล และห้องสหการวิทยาเขตแพร่

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ สร้างหอประชุมสิริราชานุสรณ์ เป็นอาคารคอนกรีต ชั้นเดียว ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๕ เมตร งบประมาณการก่อสร้าง ๑,๙๙๕,๕๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนเก้าหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้อุดหนุนงบประมาณ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน) ใช้ติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์  หอประชุมสิริราชานุสรณ์เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การบรรพชาสามเณรฤดูร้อน การเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ปฏิบัติธรรม อบรมคุณธรรมจริยธรรม ค่ายพุทธบุตร งานประชุมสัมมนาจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดทั้งปี

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้จัดตั้งสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา ระบบเอฟเอ็มความถี่ ๑๐๐ MHz โดยเริ่มทดลองออกอากาศ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๘ ปัจจุบันสถานีวิทยุตั้งอยู่อาคารสำนักงานประชาสัมพันธ์ มีห้องออกอากาศ จำนวน ๑ ห้อง ห้องบันทึกเสียง ๑ ห้อง และมีการปรับปรุงสถานีวิทยุล่าสุด ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้จัดซื้อที่ดินจำนวน ๕ ไร่ ๓ งาน ๘๑ ตารางวา ราคา ๓,๐๕๐,๐๐๐ บาท (สามล้านห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยได้รับการบริจาคจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และคุณหญิงสุภัทรา     ตันติพิพัฒน์พงศ์ พร้อมคณะ เพื่อเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียน ๙๐ ปี พระมหาโพธิวงศาจารย์ องค์ผู้ก่อตั้งวิทยาเขตแพร่

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณแผ่นดิน จำนวน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบห้าล้าน   บาทถ้วน) ในการก่อสร้างอาคารเรียน เป็นอาคารคอนกรีต กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๗๕ เมตร สูง ๓ ชั้น    มีห้องเรียนจำนวน ๑๕ ห้อง ชื่ออาคาร “๙๐ ปี พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาโร)”

พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ บาท(สองแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) จากท่านพระครูวิมลกิตติสุนทร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ จัดสร้างป้ายมหาวิทยาลัย และได้ถวายพระพุทธรูปประจำวิทยาเขตแพร่

พ.ศ.๒๕๔๙ ได้รับความเมตตาและการอุปถัมภ์จากพระครูวิฑิตพิพัฒนาภรณ์  เจ้าอาวาส      วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี ถวายรูปหล่อ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ประดิษฐาน หน้าอาคารเรียน ๙๐ ปี พระมหาโพธิวงศาจารย์

พ.ศ. ๒๕๔๙ ผู้บริหารวิทยาเขตแพร่ ได้กราบขออนุญาตพระเดชพระคุณพระมหา             โพธิวงศาจารย์ ประธานสภาวิทยาเขตแพร่และเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ได้นำนิสิตระดับชั้นปีที่ ๓ และ ๔ มาเปิดทำการเรียนการสอนที่บ้านหนองห้า ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับงบอุดหนุน ๖๕๐,๐๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)  จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ โดย นายแพทย์ชาญชัย ศิลปะอวยชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติม

พ.ศ. ๒๕๕๑ นิสิตรุ่น ๕๔ ได้บริจาคงบประมาณสร้างเสาธง ประจำวิทยาเขตแพร่ โดยตั้งอยู่หน้าอาคารเรียน ๙๐ ปี พระมหาโพธิวงศาจารย์

พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้บูรณะห้องน้ำห้องสุขา จำนวน ๓๔ ห้อง งบประมาณจากโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน)โครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนประจำวิทยาเขตแพร่ จำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน) และห้างหุ้นส่วนภัสรานุกุล จำกัด บริจาค ๒๐,๐๐๐ บาท  (สองหมื่นบาทถ้วน) เพื่อจัดสร้างห้องน้ำห้องสุขา จำนวน ๑๘ ห้อง หลังหอประชุมสิริราชานุสรณ์

พ.ศ.๒๕๕๒ ได้รับงบประมาณแผ่นดิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) เพื่อสร้างอาคารหอสมุดเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารคอนกรีต สูง ๓ ชั้น ปัจจุบันเป็นห้องสมุดเทคโนโลยีสารสนเทศ ห้องสืบค้นหนังสือและอาคารสำนักงานบริหารชั่วคราวของวิทยาเขตแพร่

พ.ศ. ๒๕๕๒ ซื้อที่ดินเพิ่มเติม ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๕๔.๗ ตารางวา ราคา ๑,๐๙๙,๐๐๐ บาท     (หนึ่งล้านเก้าหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) งบบริจาคจากคุณหญิงสุภัทรา ตันติพิพัฒน์พงศ์พร้อมคณะ   จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) และงบบริจาคจากผู้จิตศรัทธาทั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง

พ.ศ.๒๕๕๒ อาคารปฏิบัติธรรม (หอฉัน) อาคารคอนกรีตชั้นเดียว กว้าง ๑๒ เมตรยาว ๔๕ เมตร จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ งบประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท  (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับการเจอะบ่อบาดาลและสร้างระบบประปา โครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล สร้างถวายโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน ๑,๒๗๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๕๓ สร้างถนนลาดยางแอสฟัลติค ภายในมหาวิทยาลัย ยาว ๕๐๐ เมตร ดำเนินการก่อสร้างโดยทางหลวงชนบทแพร่ ติดต่อประสานงานงบประมาณโดย นายแพทย์นิยม   วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ จำนวน ๒,๔๙๖,๐๐๐ บาท (สองล้านสี่แสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๒ เป็นอาคารคอนกรีต กว้าง        ๙ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สูง ๒ ชั้น ได้รับการอุดหนุนงบประมาณ จำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มีนายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นผู้อุปถัมภ์

พ.ศ. ๒๕๕๓ ซื้อที่ดินเพิ่มเติมด้านหน้ามหาวิทยาลัย จำนวน ๕ ไร่ ๑๐ งาน ราคา ๑,๓๔๔,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยได้รับงบประมาณโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนประจำวิทยาเขตแพร่ จำนวน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) และงบจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป

พ.ศ. ๒๕๕๔  ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจาก นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนแพร่ จำนวน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) สร้างอาคารหอพักนิสิต จำนวน ๑ หลัง ขนาดพื้นที่ การใช้งาน ๔๕๑.๘๐ ตารางเมตร

พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้จัดตั้งมูลนิธิมหาจุฬาฯวิทยาเขตแพร่ เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ งบประมาณจัดตั้งครั้งแรก ๒๙๒,๕๐๑.๔๗ บาท (สองแสนเก้าหมื่นสองพันห้าร้อยเอ็ดบาทสี่สิบเจ็ดสตางค์) มีเงินในบัญชีมูลนิธิมหาจุฬาฯวิทยาเขตแพร่ (ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๖) จำนวน ๗๕๐,๑๗๙.๖๘ บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทหกสิบแปดสตางค์)

พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับงบอุดหนุนจากนายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)เพื่อปรับปรุงห้องปฏิบัติการทางภาษา (ห้อง Sound Lab)

พ.ศ. ๒๕๕๕ สร้างถนนลาดยางเพิ่มโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดแพร่ จำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยการประสานงบประมาณแผ่นดิน ผ่านทางนายแพทย์นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่

พ.ศ. ๒๕๕๕  ได้มีการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ใยแก้วนำแสง ระบบอินเตอร์เน็ต งบประมาณ ๕๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเอนกประสงค์ จำนวน ๑ หลัง ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๖ วงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ จำนวน ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (แปดสิบล้านบาทถ้วน) โดยแบ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน ๗๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดสิบหกล้านบาทถ้วน) และงบประมาณสมทบจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖-๒๕๕๘ และได้มีการประกอบพิธีวางศิลาอาคารสำนักงานวิทยาเขตแพร่ งบสนับสนุนการดำเนินการก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบล้านบาทถ้วน) ปีงบประมาณ ๒๕๕๖-๒๕๕๗

พ.ศ. ๒๕๕๖ โครงการขยายห้องเรียนวัดบุญวาทย์วิหารจังหวัดลำปาง ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้ง โดยยกฐานะโครงการขยายห้องเรียนวัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปาง ขึ้นเป็น “วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”  วิทยาลัย โดยได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา       หน้า ๕๙เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖   ตั้งแต่วันที่ ๒๖พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕  เป็นต้นไป” ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ และได้มีเปิดการเรียนการสอน ดังนี้

  • ระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาศาสนา สาขาวิชารัฐศาสตร์ (วิชาเอกการปกครอง) สำหรับบรรพชิตและคฤหัสถ์
  • ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาพระพุทธศาสนา (สำหรับคฤหัสถ์)
  • ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา (สำหรับบรรพชิต)
  • หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์

พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างหอคำหลวงเฉลิมพระเกียรติ   ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยมีงบดำเนินการก่อสร้าง จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) ร่วมกับงบบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธา

แนะนำ มจร วิทยาเขตแพร่